วันพฤหัสบดีที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2559

โปรแกรมที่ใช้สำหรับเปิดอินเตอร์เน็ต

1.Mozilla Firefox Thai Edition (โหลดโปรแกรม Firefox ภาษาไทย)

ดาวน์โหลดโปรแกรม Firefox ภาษาไทย ล่าสุด หรือ Firefox Thai เว็บเบราว์เซอร์ ท่องเว็บชื่อดัง ในรูปแบบของเมนูภาษาไทย คำอธิบายภาษาไทย โหลดเร็ว ใช้งานง่าย ปลอดภัย

2.Google Chrome (ดาวน์โหลด Google Chrome กูเกิลโครม ล่าสุด)

ดาวน์โหลด Google Chrome กูเกิลโครม เว็บเบราว์เซอร์ อันดับ 1 ที่มีจำนวนผู้ใช้มากที่สุดในโลก เร็ว ขนาดเล็ก ลูกเล่นเพียบ ดาวน์โหลด Google Chrome ล่าสุด เพื่อสัมผัสความเร็ว ได้แล้ว วันนี้ 

3.Internet Explorer 11 (โหลด IE11 ฟรี)

ดาวน์โหลดโปรแกรม Internet Explorer เว็บบราว์เซอร์ล่าสุดจากทางไมโครซอฟท์ รองรับเทคโนโลยีเว็บไซต์ใหม่ๆ เปิดเว็บเพจได้รวดเร็วกว่าเดิม ปลอดภัยด้วยตัวกรองไวรัส และมัลแวร์ 

4.Baidu Browser (โหลด Baidu Browser โหลดคลิปในตัว ฟรี)

ดาวน์โหลด Baidu Browser ชื่อเดิม Spark Browser เว็บเบราว์เซอร์ ที่ให้คุณได้เล่นเน็ตสบายๆ โหลดคลิปวีดีโอ เล่น Bittorrent ได้ในตัว แถมยังจับภาพหน้าเว็บเพจ เป็นไฟล์รูปได้ทั้งเว็บ ฟรี 

5.Torch Browser (โปรแกรมเว็บบราวเซอร์ Torch Browser)

ดาวน์โหลดโปรแกรม Torch Browser เว็บบราวเซอร์ตัวเทพ มีระบบ Search ที่ทันสมัย ลากแล้ววาง ติดตั้งโปรแกรมโหลดบิทภายในไว้ พร้อมดาวน์โหลดและแชร์คลิปที่คุณดู ผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์คได้ทันที 

6.Avant Browser (โปรแกรม Avant Browser เบราว์เซอร์ เล็กและเร็ว)


ดาวน์โหลดโปรแกรม Avant Browser เป็นโปรแกรม Web Browser มีคุณสมบัติ Batch และฟังก์ชั่นทั้งหมดของ Internet Explorer แต่เร็วกว่ามากๆ แถม Block โฆษณา น่ารบกวนได้อีกด้วย 

7.Mozilla Firefox Aurora (โปรแกรม Firefox ล่าสุด ใช้ก่อนใคร)

ดาวน์โหลด Firefox ล่าสุด สำหรับผู้ที่ชอบลองของใหม่ แนะนำ Mozilla Firefox Aurora ด้วยคุณสมบัติใหม่ล่าสุด น่าลอง น่าสนใจมากๆ อยากเล่น โปรแกรม Firefox ล่าสุด ก่อนใคร โหลดเลย 
  
 ขอขอบคุณขอมูลจาก thaiware


อินเทอร์เน็ตคืออะไร

      
         อินเทอร์เน็ต คือ ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่สุดของโลก โดยจะเป็นการเชื่อมต่อเครื่องคอมพิวเตอร์หลายๆ เครื่องจากทั่วโลกมาเชื่อมต่อเข้าด้วยกัน ซึ่งช่วยให้สามารถติดต่อสื่อสารและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันได้ทั่วโลก ในการติดต่อกันระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ จำเป็นต้องมีการระบุว่า ส่งมาจากไหน ส่งไปให้ใครซึ่งต้องมีการระบุ ชื่อเครื่อง (คล้ายกับเลขที่บ้าน) ในอินเทอร์เน็ตใช้ข้อตกลงในการติดต่อที่เรียกว่า TCP/IP (ข้อตกลงที่ทำให้คอมพิวเตอร์ติดต่อกันได้) ซึ่งจะใช้สิ่งที่เรียกค่า “ไอพี-แอดเดรส” (IP-Address) ในการระบุชื่อเครื่องจะไม่มีเบอร์ที่ซํ้ากันได้

   ประโยชน์ของอินเทอร์เน็ต (Internet Advantage)

1. การติดต่อสื่อสาร (Communication)
2. ความบันเทิง (Entertainment)
3. ธุรกิจการพาณิชย์ (Commerce)
4. การศึกษา (Education)
5. อีกเยอะเเยะมากมาย

         ขอขอบคุณขอมูลจาก DMC.tv

ไวรัสคอมพิวเตอร์

       
                        ไวรัสคอมพิวเตอร์คืออะไร

      ไวรัส คือโปรแกรมชนิดหนึ่งที่มีความสามารถในการสำเนาตัวเองเข้าไปติดอยู่ในระบบคอมพิวเตอร์ได้และถ้ามีโอกาสก็สามารถแทรกเข้าไประบาดในระบบคอมพิวเตอร์อื่น ๆ ซึ่งอาจเกิดจากการนำเอาดิสก์ที่ติดไวรัสจากเครื่องหนึ่งไปใช้อีกเครื่องหนึ่ง หรืออาจผ่านระบบเครือข่ายหรือระบบสื่อสารข้อมูลไวรัสก็อาจแพร่ระบาดได้เช่นกัน





การที่คอมพิวเตอร์ใดติดไวรัส หมายถึงว่าไวรัสได้เข้าไปผังตัวอยู่ในหน่วยความจำ คอมพิวเตอร์ เรียบร้อยแล้ว เนื่องจากไวรัสก็เป็นแค่โปรแกรม ๆ หนึ่งการที่ไวรัสจะเข้าไปอยู่ ในหน่วยความจำได้นั้นจะต้องมีการถูกเรียกให้ทำงานได้นั้นยังขึ้นอยู่กับประเภทของไวรัส แต่ละตัวปกติผู้ใช้มักจะไม่รู้ตัวว่าได้ทำการปลุกคอมพิวเตอร์ไวรัสขึ้นมาทำงานแล้ว
จุดประสงค์ของการทำงานของไวรัสแต่ละตัวขึ้นอยู่กับตัวผู้เขียนโปรแกรมไวรัสนั้น เช่น อาจสร้างไวรัสให้ไปทำลายโปรแกรมหรือข้อมูลอื่น ๆ ที่อยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือ แสดงข้อความวิ่งไปมาบน หน้าจอ เป็นต้น



ไวรัสคอมพิวเตอร์มีกี่ชนิด

ไวรัสคอมพิวเตอร์ในโลกนี้มีนับล้านๆ ตัวแต่คุณรู้ใหมครับว่าดดยพื้นฐานของมันแล้วมาจากแหล ่งกำเหนิดที่เหมือนๆ กันซึ่งเราสามารถแบ่งประเภทของไวรัสคอมพิวเตอร์ออกมา ได้ดังนี้


1. บูตเซกเตอร์ไวรัส (Boot Sector Viruses) หรือ Boot Infector Viruses คือไวรัส
ที่เก็บตัวเองอยู่ในบูตเซกเตอร์ของดิสก์การใช้งานของบูตเซกเตอร์ คือเมื่อเครื่องคอมพิวเตอร์เริ่มทำงานขึ้นมาครั้งแรกเครื่องจะเข้าไปอ่านบูตเซกเตอร์โดยในบูตเซกเตอร์จะมีโปรแกรมเล็กๆไว้ใช้ในการเรียกระบบปฏิบัติการขึ้นมาทำงาน 

การทำงานของบูตเซกเตอร์ไวรัสคือจะเข้าไปแทนที่โปรแกรมที่อยู่ในบูตเซกเตอร์โดยทั่วไปแล้วถ้าติดอยู่ในฮาร์ดดิสก์จะเข้าไปอยู่บริเวณที่เรียว่าMasterBootSectorหรือPartitionTableของฮาร์ดดิสก์นั้นถ้าบูตเซกเตอร์ของดิสก์ใดมีไวรัสประเภทนี้ติดอยู่ทุก ๆ ครั้งที่บูตเครื่องขึ้นมา เมื่อมีการเรียนระบบปฏิบัติการจากดิสก์นี้ โปรแกรมไวรัสจะทำงานก่อนและเข้าไปฝังตัวอยู่ในหน่วยความจำเพื่อเตรียมพร้อมที่จะทำงานตามที่ได้ถูกโปรแกรมมาก่อนที่จะไปเรียนให้ระบบปฏิบัติการทำงานต่อไปทำให้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น 

2. โปรแกรมไวรัส (Program Viruses) หรือ File Intector Viruses เป็นไวรัสอีกประเภทหนึ่ง
ที่จะติดอยู่กับโปรแกรม ซึ่งปกติจะเป็นไฟล์ที่มีนามสกุลเป็นCOMหรือEXEและบางไวรัสามารถเข้าไปอยู่ใน
โปรแกรมที่มีนามสกุลเป็นSYSได้ด้วยการทำงานของไวรัสประเภทนี้คือเมื่อมีการเรียกโปรแกรมที่ติดไวรัสส่วนของไวรัสจะทำงานก่อนและจะถือโอกาสนี้ฝังตัวเข้าไ ปอยู่ในหน่วยความจำทันทีแล้วจึงค่อยให้โปรแกรมนั้นทำ งานตามปกติเมื่อฝังตัวอยู่ในหน่วยความจำแล้วหลังจากนี้หากมีการ เรียกโปรแกรมอื่นๆขึ้นมาทำงานต่อตัวไวรัสจะสำเนาตัวเองเข้าไปในโปรแกรมเหล่านี้ทันทีเป็นการแพร่ระบาดต่อไป 

นอกจากนี้ไวรัสนี้ยังมีวิธีการแพร่ระบาดอีกคือ เมื่อมีการเรียกโปรแกรมที่มีไวรัสติดอยู่ตัวไวรัสจะเข้าไปหาโปรแกรมอื่นๆที่อยู่ติดเพื่อทำสำเนาตัวเองลงไปทันทีแล้วจึงค่อยให้โปรแกรมที่ถูกเรียกนั้นทำงานตามปกติต่อไป 

3. ม้าโทรจัน (Trojan Horse) เป็นโปรแกรมที่ถูกเขียนขึ้นมาให้ทำตัวเหมือนว่าเป็นโปรแกรธรรมดาทั่วๆไปเพื่อหลอกล่อผู้ใช้ให้ทำการเรียนขึ้นมาทำงาน แต่เมื่อถูกเรียกขึ้นมาก็จะเริ่มทำลายตามที่โปรแกรมมาทันทีม้าโทรจันบางตัวถูกเขียนขึ้นมาใหม่ทั้งชุดโดยคนเขียนจทำการตั้งชื่อโปรแกรมพร้อมชื่อรุ่นและคำ อธิบาย การใช้งานที่ดูสมจริงเพื่อหลอกให้คนที่จะเรียกใช้ตายใจ 

จุดประสงค์ของคนเขียนม้าโทรจันคือเข้าไปทำอันตรายต่อข้อมูลที่มีอยู่ในเครื่องหรืออาจมีจุดประสงค์เพื่อที่จะล้วงเอาความลับของระบบคอมพิวเตอร์ ม้าโทรจันถือว่าไม่ใช่ไวรัส เพราะเป็นโปรแกรมที่ถูกเขียนขึ้นมาโดดๆและจะไม่มีการ

เข้าไปติดในโปรแกรมอื่นเพื่อสำเนาตัวเองแต่จะใช้ความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของผู้ใช้เป็นตัวแพร่ระบาดซอฟต์แวร์ที่มี ม้าโทรจันอยู่ในนั้นและนับว่าเป็นหนึ่งในประเภทของโปรแกรมที่มีความอันตรายสูง เพราะยากที่จะตรวจสอบและสร้างขึ้นมาได้ง่ายซึ่งอาจใช้แค่แบต์ไฟล์ก็สามารถโปรแกรมม้าโทรจันได้ 

4. โพลีมอร์ฟิกไวรัส (Polymorphic Viruses) เป็นชื่อที่ใช้เรียกไวรัสที่มีความสามารถในการแปรเปลี่ยนตัวเองได้เมื่อมีการสร้างสำเนาตัวเองเกิดขึ้นซึ่งอาจได้ถึงหลายร้อยรูปแบบผลก็คือ ทำให้ไวรัสเหล่านี้ยากต่อการถูกตรวจจัดโดยโปรแกรมตรวจหาไวรัสที่ใช้วิธีการสแกนอย่างเดียวไวรัสใหม่ๆในปัจจุบันที่มีความสามารถนี้เริ่มมีจำนวนเพิ่มมากขึ ้นเรื่อย ๆ 

5. สทิลต์ไวรัส (Stealth Viruses) เป็นชื่อเรียกไวรัสที่มีความสามารถในการพรางตัวต่อการตรวจจับได้ เช่น ไฟล์อินเฟกเตอร์ ไวรัสประเภทที่ไปติดโปรแกรมใดแล้วจะทำให้ขนาดของ โปรแกรมนั้นใหญ่ขึ้นถ้าโปรแกรมไวรัสนั้นเป็นแบบสทิสต์ไวรัส
จะไม่สามารถตรวจดูขนาที่แท้จริงของโปรแกรมที่เพิ่มขึ้นได้ 

เนื่องจากตัวไวรัสจะเข้าไปควบคุมดอสเมื่อมีการใช้คำสั่ง DIR หรือโปรแกรมใดก็ตามเพื่อตรวจดูขนาดของโปรแกรมดอสก็จะแสดงขนาดเหมือนเดิมทุกอย่างราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น 

6. Macro viruses จะติดต่อกับไฟล์ซึ่งใช้เป็นต้นแบบ (template) ในการสร้างเอกสาร (documents หรือspreadsheet)หลังจากที่ต้นแบบในการใช้สร้างเอกสาร ติดไวรัสแล้วทุกๆเอกสารที่เปิดขึ้นใช้ด้วยต้นแบบอันนั้นจะเกิดความเสี ยหายขึ้น 


ไวรัสคอมพิวเตอร์มีโทษอย่างไร


ขีดความสามารถของไวรัสนั้นสามารถพัฒนาได้

อย่างไร้ขีดจำกัด ขึ้นอยู่กับว่าไวรัสตัวนั้นถูกสร้าง

ขึ้นมาเพื่อเป้าหมายใด ไวรัสบางตัวอาจทำแค่

รบกวนไม่ให้เราสามารถทำงานตามปกติได้ เช่น 

ล็อคเมาส์หรือหน้าจอทำให้เครื่องช้าลง หรือซ่อน

ไฟล์งาน เป็นต้น บางตัวก็ใช้สำหรับทำลายข้อมูล 

หรือแม้กระทั่งการเปิดประตูลับ (Back door) ของ

เครื่องเป้าหมายอย่างม้าโทรจันเพื่อให้สามารถ

ควบคุมการทำงาน ไปจนถึงล้วงเอาข้อมูลออกมา 

ผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

ขอบคุณข้อมูลจากเกล็ดความรู้.net